แบ็กแพค : ฮานอย
posted on 30 Apr 2007 16:12 by lapis in Somewhere-out-There| ช่วงปลายปีที่แล้วแอร์เอเชียมีโปรโมชันบินไปจ่ายเต็ม บินกลับบาทเดียว โดยไฟลท์ไปกลับกรุงเทพ-ฮานอยรวมค่าเบ็ดเตล็ดแล้ว ~3,800 บาท หลังจากมีคนชวน ผมกับพวกอีก 7 คนก็เลยวางแผนไปเที่ยวเวียดนามกัน โดยจองตั๋วไว้บินตอนช่วงปลายเดือนมีนาคม ใช้เวลาเที่ยวที่นั่น 3 วัน และใช้เวลาก่อนถึงวันไปหาข้อมูลเกี่ยวกับที่พัก และสถานที่ท่องเที่ยวไว้ | |
| ออกเดินทางตอนปลายเดือนมีนาคม เครื่องขึ้นตอนประมาณ 10:30 น. ไปโดยเครื่องโบอิ้ง 737 เบาะหนัง ไม่มีอาหารเสริฟ์บนเครื่อง แต่มีเข็นมาขาย ตั๋วไม่ระบุเลขที่นั่ง จะนั่งตรงไหนก็ได้ที่ว่างอยู่ ถ้าขึ้นไปช้าจะว่างแต่ที่ติดทางเดิน หลังจากใช้เวลาบินประมาณ 2 ชั่วโมง ก็มาถึงท่าอากาศยานนอยไบ(Noi Bai) ตั้งแต่เคยขึ้นเครื่องบินมา นี่เป็นครั้งแรกที่เคยขึ้นเครื่องตอนกลางวันเลยล่ะ >_< | |
| อากาศที่ฮานอยช่วงนั้นมีหมอกลงทั้งวัน และฝนตกทุกเช้า อุณหภูมิประมาณ 25 ํC พอทำเรื่องขอเข้าประเทศเสร็จเรียบร้อยก็ไปแลกเงินดอง(VND) ไว้ใช้จ่ายทั่วไป โดยอัตราแลกเปลี่ยนขณะที่แลกนั้นอยู่ที่ประมาณ 1 USD ต่อ 16,000 VND เอาไปแลก 100 USD ได้มาเป็นล้านVDN รู้สึกเหมือนรวยฟู่ฟ่าขึ้นมาทันตาเลย (^^") จากนั้นก็เดินทางจากสนามบินไปยังที่พักโดยรถตู้ที่ทางโรงแรมได้จัดเตรียมไว้ให้ครับ | |
| พวกผมไปพักที่ Namhai2 Hotel ในย่าน Old Quarter โดยเลือกจากหนึ่งในโรงแรมที่ Lonely Planet แนะนำ แล้วทำการจองห้องผ่านทางอินเตอร์เนท ไปถึงก็รับกุญแจแล้วแบกของเข้าห้องได้เลย ตัวอาคารดูจากภายนอกเหมือนพวกตึกแถวห้องเช่า แต่ละชั้นมีห้องขนาด ~25 ตรม. 2-3 ห้อง คืนละ 20 USD รวมอาหารเช้า สภาพห้องใช้ได้อุปกรณ์มาตรฐานครบ มีเนทไฮสปีดให้ใช้ที่ล๊อบบี้ และที่สำคัญพนักงานอัธยาศัยดี พูดและฟังภาษาอังกฤษได้ ถามทางได้ ช่วยติดต่อจ้างรถได้ | |
| หลังจากเก็บของเข้าห้องกันเรียบร้อยก็ไปหาอาหารกลางวันกินแถวๆรอบๆโรงแรม ร้านที่เจอมีหลายระดับเช่นตั้งข้างถนน ราคาอาหารประมาณ ~4,000 - 15,000 VND คนขายส่วนมากพูดและฟังภาษาอังกฤษไม่ได้ เมนูก็ไม่ค่อยมีภาษาอังกฤษ กลัวว่าถ้าคุยกันไม่รู้เรื่องอาจได้กินเมนูเนื้อหมาไม่รู้ตัว (^^") พวกผมเลยเลือกแบบร้านที่มีเมนูภาษาอังกฤษ และพนักงานพูดและฟังภาษาอังกฤษได้เอา ราคาอาหารต่อจานจะอยู่ที่ ~20,000 VND ขึ้นไป ขึ้นอยู่กับสภาพร้านและอาหาร ส่วนมากที่ได้กินอาหารที่นั่นรสไม่จัดเหมือนบ้านเราแต่ก็อร่อยไปอีกแบบ | |
| หลังจากอิ่มกันเรียบร้อยก็ลงมือกางแผนที่เดินสำรวจเส้นทางรอบๆกันต่อ >_< โดยเน้นที่ถนน 36 สาย 36 อาชีพเป็นหลัก ถึงแยกจะเยอะแต่ว่ามีป้ายบอกชื่อถนนแทบทุกแยก ผู้คนพลุกพล่าน มีร้านขายของต่างๆมากมาย บรรยากาศคล้ายๆแถวเยาวราชบ้านเรา การจราจรก็ค่อนข้างจอแจไร้ระเบียบ และเสียงแตรรถก็ดูจะดังทั้งวันไม่เคยเงียบหาย วันนั้นทั้งวันใช้เวลาไปกับการเดินชมเมือง เที่ยวตลาดถนนคนเดินรอบดึก แล้วก็กลับที่พักหลับเป็นตาย (^^") | |
![]() บนถนนเต็มไปด้วยพาหนะหลักๆของที่นี่ คือมอเตอร์ไซค์กับจักรยาน | ![]() ซิโคล่(Cyclo) สามล้อรับจ้างพาชมวิวซึ่งเห็นได้ทั่วไปเช่นกัน |
![]() ร้านข้างทางเช่นร้านเฝอ ร้านเบียร์ หรือสภากาแฟก็นั่งกันแบบนี้แหละ | ![]() ร้านตัดผมแบบตั้งข้างถนนก็มี |
![]() สาวขายดอกไม้ซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปในย่านนี้ | ![]() มาแบบจักรยานก็มี |
![]() สะพานแสงอาทิตย์(The Huc) สะพานสีแดงโดดเด่น ใช้ข้ามทะเลสาบคืนดาบ(Hoan Kiem) ไปยังวัดเนินหยก (Ngoc Son) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของฮานอย | ![]() ทางเข้าวัด Ngoc Son ที่อยู่บนทะเลสาบ ค่าเข้าชม 3,000 VND |
![]() วิหารในวัด Ngoc Son ภายในมีเต่าสต๊าฟขนาดใหญ่ 1 ตัว ตามความเชื่อที่ว่ามีเต่านำดาบมาให้พระเจ้า Le Thai To ไปใช้ขับไล่พวกหมิงได้สำเร็จแล้วล่องเรือไปกลางทะสาบ ก็มีเต่าขึ้นมาคาบดาบคืนไปเก็บใต้ทะเลสาบ | ![]() วิหารเต่า(Thap Rua) ที่ตั้งอยู่กลางทะเลสาบ |
![]() ถนนคนเดิน ยาวตั้งแต่ Hang Dao ถึง Dong Xuan เปิดหลัง 6 โมงเย็น | ![]() บรรยากาศตลาดนัด มีร้านหลายอย่าง คนเยอะมาก |
![]() ร้านพวกงานฝีมือหรือของฝากก็เยอะ ในรูป: ร้านขายกระดาษ/การ์ดฉลุลาย | ![]() ร้านขายของกินก็มีมากมาย ที่อร่อยๆก็เยอะ ในรูป: ขนมปังฝรั่งเศสผ่ากลางใส่ผักและหมูย่าง อันละ 10,000 VND อร่อย~ |
| วันที่ 2 พวกเราซื้อทัวร์ไปเที่ยวฮาลองเบย์(Halong Bay) ในราคาคนละ 20 USD ออกเดินทางเวลา 8:00 น. ระยะทาง ~170 กม. ใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง(นานจัง -w-) กลุ่มที่ผมไปมีชาวต่างชาติไปด้วย ~8 - 9 คน มีไกด์บรรยายเป็นภาษาอังกฤษตลอดรายการ อากาศในวันนั้นไม่ค่อยจะดีนัก มีฝนตกเกือบตลอดครึ่งวันเช้าและหมอกลงจัดมาก มองรอบๆตัวก็ขาวไปหมด แต่คุณลุงที่มาจากสวิสก็บอกว่าดูสวยไปอีกแบบล่ะนะ (^^") | |
| หลังจากนั่งเรือออกไปได้ ~30 นาทีก็ถึงบริเวณหมู่เกาะน้อยใหญ่มากมาย และหมู่บ้านกลางน้ำที่มีประมาณ 500 ครอบครัว ส่วนมากจะทำการประมง แวะชมเกาะและถ้ำต่างๆของอ่าวที่ยูเนสโกยกให้เป็นหนึ่งในมรดกโลก ดูโดยรวมคล้ายๆกับหมู่เกาะทางภาคใต้บ้านเราแต่น้ำไม่ค่อยใสเท่าไหร่นัก หลังจากล่องเรือชมเกาะและเดินชมถ้ำจนเย็นก็เดินทางกลับ ถึงที่พักตอน 17:45 น. | |
![]() ขึ้นเรือที่จอดเรียงกันหลายชั้นที่ท่า | ![]() กว่าจะถึงลำนอกสุดก็ต้องข้ามลำอื่นไปหลายลำ |
![]() ชมเกาะแบบต่างๆ | ![]() หมู่บ้านกลางน้ำ |
![]() มีเรือเล็กคอยมาเทียบขายผลไม้ | ![]() โรงเรียนกลางน้ำ |
![]() นั่งเรือเล็กชมบริเวณรอบๆอย่างใกล้ชิด | ![]() ลอดถ้ำชมอ่าวใน |
![]() ท่าสำหรับลงเรือไปชมถ้ำ | ![]() เรือที่จอดรอรับกลับตรงทางลงเขา |
![]() ถ้ำ Thien Cung มีประดับไฟไว้อย่างสวยงาม | ![]() ติดไฟแสดงรูปร่างของหินงอกหินย้อยตามเรื่องเล่า เกี่ยวกับหญิงงามกับเจ้าชายมังกร |
![]() ทางเดินไปถ้ำถัดไป | ![]() ส่วนนี่ถ้ำ Dau Go มั้ง ไกด์ไม่ได้เข้ามาในนี้ด้วย เลยไม่ได้ถามรายละเอียด -w- |
| หลังจากกลับมาถึงที่พักก็ออกไปหาอาหารเย็นกินส่งท้ายคืนสุดท้ายในเวียดนามกันต่อ คราวนี้เลือกร้านอาหารเวียดนามที่รูปอาหารในเมนูหน้าตาน่ากินร้านหนึ่ง อาหารแนะนำของที่นี่คือหม้อไฟ(Hot Pot) พวกเราก็เลยสั่งหม้อไฟทะเลมาลองหนึ่งชุด มีทั้งกุ้ง ปู ปลาหมึก เนื้อปลา ปลาไหล หอยตลับ และผักสด 1 ตะกร้า ราคา ~300,000 VND ของสดใช้ได้ อาหารอื่นๆที่สั่งมาก็อร่อย หมดกับมื้อนั้นไปประมาณ ~500,000 VND >_< | |
| วันที่ 3 ช่วงเช้าเป็นเวลาอิสระ ใครสนใจอยากไปดูอะไรหรือไปซื้ออะไรก็ตามสะดวก ด้วยความที่ทุกคนค่อนข้างคุ้นเคยกับถนนหนทางแล้วเลยแยกกันไปได้ไม่มีปัญหาอะไร ช่วงเที่ยงๆก็กลับมา check out จ่ายเงินที่โรงแรมและฝากให้พนักงานติดต่อจ้างรถให้ เป็นรถตู้สำหรับพาเที่ยวช่วงบ่ายราคา 40 USD และแท๊กซี่ 15 ที่นั่งสำหรับไปสนามบิน 18 USD จากนั้นก็ฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรมแล้วขึ้นรถไปเที่ยวที่ย่าน Ba Dinh ปิดท้ายก่อนกลับ | |
![]() ทางเข้า Tran Quoc Pagoda วัดที่ขึ้นชื่อว่าเก่าแก่ที่สุดในเวียดนาม | ![]() มีเจดีย์ตั้งโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ |
![]() One Pillar Pagoda เจดีย็บนเสาเดี่ยว ประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิม มักมีคนมาอธิษฐานเรื่องความรัก | ![]() พิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์(Ho Chi Minh's Museum) แสดงเกี่ยวกับสงครามเวียดนามและการต่อสู้ของลุงโฮ ปิดวันจันทร์ |
![]() สุสานโฮจิมินห์(Ho Chi Minh's Mausoleum) ก็ตามชื่อนั่นแหละ ปิดวันจันทร์เช่นกัน | ![]() ทำเนียบประธานาธิบดี(Presidential Palace) แต่ลุงโฮท่าจะชอบความสมถะ ปกติเลยพักที่บ้านไม้ Ho Chi Minh's Stilt House ที่อยู่ใกล้ๆกันแทน |
![]() วิหารวรรณกรรม(Van Mieu Pagoda/Temple of Literature) ที่นี่ถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของฮานอย ค่าเข้าชม 5,000 VND | ![]() สร้างเป็นอนุสรณ์ของขงจื้อ และใช้เป็นที่สอบคัดเลือกจอหงวนด้วย |
![]() ภายในมีสาวๆเล่นดนตรีแสดงด้วย ทิปได้ตามพอใจ | ![]() สถาปัตยกรรมออกไปทางจีนผสมเวียดนาม |
![]() St. Joseph Cathedral ในย่าน Old Quarter | ![]() เป็นโบสถ์เก่าแก่ สร้างสมัยที่ฝรั่งเศสยึดฮานอยได้ |
| หลังจากเที่ยวกันจนเย็นก็กลับมาเอาสัมภาระที่โรงแรมและหาอะไรรองท้องแถวนั้น จากนั้นก็ขึ้นแท๊กซี่ที่มาถึงหน้าโรงแรมตรงเวลาเป๊ะเพื่อไปขึ้นเครื่องที่สนามบินนอยไบที่เดิม มาถึงก็แลก VND กลับเป็น USD ให้หมด และเตรียมจ่ายค่าภาษีสนามบินอีกคนละ 14 USD เครื่องขึ้นจากที่นั่นเวลาประมาณ 21:00 น. และมาถึงสุวรรณภูมิเวลา 23:00 น. โดยสวัสดิภาพ แล้วแยกย้ายกันกลับบ้านเป็นอันจบทริปนี้ครับ วันรุ่งขึ้นนี่เหนื่อยจนไม่อยากไปทำงานเลย (^^") | |
| สรุปรายจ่าย(โดยประมาณที่ USD ละ 37 บาท) - ค่าเครื่องบินไป/กลับ 3,800 บาท - ค่าที่พัก(ต่อห้อง/ห้องคู่ 3 คืน) 60 USD ตกคนละ 30 USD(1,410 บาท) - ค่าทัวร์ฮาลองเบย์(ต่อคน) 20 USD(740 บาท) - ค่ารถพาเที่ยว 40 USD ตกคนละ 5 USD(185 บาท) - ค่า Airport Taxi 18 USD ตกคนละ 2.25 USD(83 บาท) - ค่าสนามบิน(ต่อคน) 14 USD(518 บาท) - ค่าอาหาร/เบ็ดเตล็ด 25 USD(925 บาท) - รวม 7,661 บาท ก็ไม่รู้ว่าเวลาคนอื่นไป นอกจากค่าอาหาร/เบ็ดเตล็ดราคาจะมากน้อยกว่านี้รึเปล่านะครับ โด่คุง | |









































#1 By พุดจีบ on 2007-05-02 16:53